แบรนด์
ไดกิ้น
MAX INVERTER STAR KM SERIES
รุ่น FTKM-YV2S
ประเภท
ติดผนัง
เทคโนโลยี
Inverter
การรับประกันคอมเพรสเซอร์
5 ปี
การรับประกันอะไหล่
1 ปี
ปีที่วางจำหน่าย
2024
รุ่นที่มีจำหน่าย
FTKM09YV2S/RKM09YV2S
เบอร์ 5 (3 ดาว)BTU
9,200
SEER
22.3
แรงดันไฟฟ้า
220V
FTKM12YV2S/RKM12YV2S
เบอร์ 5 (3 ดาว)BTU
12,300
SEER
22.1
แรงดันไฟฟ้า
220V
FTKM15YV2S/RKM15YV2S
เบอร์ 5 (3 ดาว)BTU
15,000
SEER
22.21
แรงดันไฟฟ้า
220V
FTKM18YV2S/RKM18YV2S
เบอร์ 5 (3 ดาว)BTU
18,100
SEER
22.7
แรงดันไฟฟ้า
220V
FTKM24YV2S/RKM24YV2S
เบอร์ 5 (2 ดาว)BTU
24,200
SEER
20.75
แรงดันไฟฟ้า
220V
| รหัสรุ่น | BTU | SEER | แรงดันไฟฟ้า | ค่าประหยัดพลังงาน | คำนวณค่าไฟ |
|---|---|---|---|---|---|
| FTKM09YV2S/RKM09YV2S | 9,200 | 22.3 | 220V | เบอร์ 5 (3 ดาว) | |
| FTKM12YV2S/RKM12YV2S | 12,300 | 22.1 | 220V | เบอร์ 5 (3 ดาว) | |
| FTKM15YV2S/RKM15YV2S | 15,000 | 22.21 | 220V | เบอร์ 5 (3 ดาว) | |
| FTKM18YV2S/RKM18YV2S | 18,100 | 22.7 | 220V | เบอร์ 5 (3 ดาว) | |
| FTKM24YV2S/RKM24YV2S | 24,200 | 20.75 | 220V | เบอร์ 5 (2 ดาว) |
เครื่องคำนวณค่าไฟแอร์
คำนวณค่าไฟฟ้าจากการใช้งานเครื่องปรับอากาศของคุณ
ข้อมูลเครื่องปรับอากาศ
ผลการคำนวณ (โดยประมาณ)
หมายเหตุ 1: เราขายแอร์พร้อมติดตั้ง ราคาจะขึ้นอยู่กับหน้างาน โปรดติดต่อเราเพื่อสอบถามราคา
หมายเหตุ 2: สำหรับวิธีการคำนวณค่าไฟแอร์ โปรดดูเพิ่มเติมที่ คำนวณค่าไฟแอร์
แค็ตตาล็อกผลิตภัณฑ์
ดาวน์โหลดแค็ตตาล็อกฉบับเต็มเพื่อดูรายละเอียดสเปคและคุณสมบัติทั้งหมดของ MAX INVERTER STAR KM SERIES
คุณสมบัติและฟีเจอร์
- ระบบ Inverter ประสิทธิภาพสูง: ทำงานเงียบ ประหยัดพลังงาน และควบคุมอุณหภูมิได้คงที่
- โหมด Powerful: เย็นเร็วทันใจภายใน 1 นาที เหมาะกับการเปิดใช้งานในช่วงอากาศร้อนจัด
- ระบบตาอัจฉริยะ (Intelligent Eye): ตรวจจับการเคลื่อนไหวของคนในห้อง หากไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 20 นาที จะปรับอุณหภูมิขึ้น 2 องศาเซลเซียสโดยอัตโนมัติ ช่วยประหยัดพลังงาน
- Long Air Flow: ส่งลมไกลถึง 16 เมตร เย็นสบายทั่วถึง แม้ในห้องโถงยาว
- แผ่นกรองอากาศ Air Quality Filter: กรองฝุ่นละเอียด ยับยั้งแบคทีเรีย และกรองฝุ่น PM 2.5
- วัสดุคุณภาพสูง: แผงคอยล์เย็นและคอยล์ร้อนทำจากอลูมิเนียมอัลลอย ทนทานต่อการกัดกร่อน
เกี่ยวกับแบรนด์ ไดกิ้น
Daikin
ไดกิน (Daikin) - ผู้นำโลกด้านเครื่องปรับอากาศ
ประวัติศาสตร์และพื้นฐานบริษัท
ไดกิน เป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศและหมวดหมู่ HVAC-R (ความร้อน ความเย็น การระบายอากาศ และการทำความเย็น) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี บริษัทได้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1924 โดยวิศวกรชาวญี่ปุ่นมหัศจรรย์ชื่อ จาง ยามาดะ (Akira Yamada) ในเมือง โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ด้วยทีมงานเพียง 15 คน โดยเริ่มต้นจากการผลิต ท่อหม้อน้ำสำหรับเครื่องบิน (Aircraft Radiator Tubes) สำหรับการส่งออก ไดกินได้พัฒนาเมืองโอซาก้าให้กลายเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีการหลอมโลหะ การหล่อและการประมวลผลทองแดงในญี่ปุ่น บริษัท มีชื่อเดิมว่า โอซาก้า คินโซคุ โคกิโยโช (Osaka Kinzoku Kogyosho Ltd.) ซึ่งแปลว่า บริษัทโลหะของโอซาก้า นับตั้งแต่นั้นมา บริษัทได้ขยายธุรกิจไปสู่ด้านต่าง ๆ ทั้งการผลิตเครื่องปรับอากาศ การทำความเย็น การระบายอากาศ และเคมีภาพ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเทคโนโลยีล้ำสมัยและคุณภาพสูงที่ยอมรับในระดับโลก
ความโดดเด่นและตำแหน่งการตลาดระดับโลก
ไดกินได้ยึดตำแหน่ง ผู้นำโลกในด้านเครื่องปรับอากาศและระบบ HVAC มาเป็นเวลานาน โดยปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดโลก 15.44% ของอุตสาหกรรมฮีเวิค มูลค่า 255.1 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้แข่งขันรายอื่น เช่น Midea Group (12.42%) และ Carrier Global (8.68%) ไดกินเป็นผู้นำตลาดที่มีรายได้สูงสุดโดยมีรายได้ถึง 36.3 พันล้านดอลลาร์ ในปี ค.ศ. 2022 นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 2023 บริษัทยังสร้างสถิติประวัติศาสตร์ด้วยการรับผลลัพธ์ทางการเงินที่สูงสุดเท่าที่เคยมีมาในช่วง 100 ปีของประวัติศาสตร์บริษัท โดยมีรายได้ถึง 28.98 พันล้านยูโร บริษัทนี้มีการดำเนินงานในกว่า 173 ประเทศ ทั่วโลก มีพนักงาน 103,500 คน มีสถานีผลิต 133 แห่ง และมีศูนย์วิจัยและพัฒนา 59 แห่ง ทั่วโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและมาตรฐานการผลิตคุณภาพเหนือกว่าของบริษัท
พัฒนาการและกลยุทธ์ตลาดในประเทศไทย
ในตลาดไทย ไดกินดำเนินการผ่านบริษัทจัดจำหน่ายท้องถิ่นชื่อ สยาม ไดกิน เซลส์ โคว (Siam Daikin Sales Co Ltd) โดยมีประวัติการดำเนินงานอันยาวนาน ในปีงบประมาณ ค.ศ. 2024 บริษัทสามารถสร้างยอดขาย 13 พันล้านบาท และมีเป้าหมายเพิ่มยอดขายเป็น 15 พันล้านบาท ในปีงบประมาณ 2025 ซึ่งแสดงถึงการเติบโตแบบสองหลัก (Double-digit Growth) อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจไทยจะค่อนข้างนิ่งสติ แต่ความต้องการเครื่องปรับอากาศอาจจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในส่วนธุรกิจเนื่องจากการขยายตัวของศูนย์จัดเก็บข้อมูล โรงแรม และศูนย์การค้า ที่เน้นความมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน บริษัทมีกลยุทธ์ที่จะเข้าถึงลูกค้ากลุ่มอายุหนุ่มและขยายตลาดไปยังจังหวัดต่าง ๆ โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยราคาที่มีความสามารถในการแข่งขัน
นวัตกรรมเทคโนโลยีและความยั่งยืน
ไดกิน เป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัว เครื่องปรับอากาศแบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter Air Conditioner) เป็นคนแรกในโลกเมื่อปี ค.ศ. 1984 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ปรับความเร็วของมอเตอร์แทนการเปิด-ปิดมอเตอร์แบบดั้งเดิม ผลลัพธ์คือ การประหยัดพลังงานสูงสุด 50% ลดเสียงรบกวน และควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ ไดกินเป็น บริษัทแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จในการนำ สารทำความเย็น R-32 มาใช้กับเครื่องปรับอากาศทั้งประเภทอพาร์ตเมนต์และครัวเรือน สารทำความเย็น R-32 ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 12% เมื่อเทียบกับสารทำความเย็นแบบเก่า R-410A และมีศักยภาพในการทำให้เกิดความร้อนทั่วโลก (Global Warming Potential) ต่ำเพียง หนึ่งในสามของสารทำความเย็นเก่า
นอกจากนี้ บริษัทยังมีเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ ที่สำคัญได้แก่: ระบบ VRV (Variable Refrigerant Volume) ซึ่งเป็นระบบแบ่งส่วนหลายระดับแรกของโลกสำหรับอาคารพาณิชย์ ความเชี่ยวชาญด้าน เทคโนโลยีปั๊มความร้อน (Heat Pump Technology) ที่มีประสบการณ์กว่า 55 ปี โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 20-80% เมื่อเทียบกับหม้อน้ำแบบแก๊ส และเทคโนโลยีการบีบอัด (Compressor Technology) ที่ทำให้มีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงสุด ด้านการยั่งยืน ไดกินมีคำมั่นสัญญาเชื่อมโยงสู่อนาคตที่ยั่งยืน (Daikin's DTTP Sustainability Commitment) ซึ่งรวมถึงการใช้สารทำความเย็นที่สามารถรีไซเคิลได้ผ่านโครงการ Loop by Daikin ซึ่งหลีกเลี่ยงการผลิตสารทำความเย็นจำนวน 400,000 กิโลกรัม ต่อปี การทำให้โรงงานปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Net Zero Factory) ภายในปี ค.ศ. 2030 และการปลูกต้นไม้พลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 1 เมกะวัตต์ ที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 535 ตัน ต่อปี
สรุป: ไดกินเป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเชื่อถือได้ในด้านเครื่องปรับอากาศและระบบ HVAC ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ยั่งยืน การลงทุนสูงในการวิจัยและพัฒนา และการมุ่งมั่นต่อการปกป้องสิ่งแวดล้อม บริษัทเป็นตัวเลือกที่สมควรแก่การพิจารณาสำหรับผู้บริโภคไทยที่ต้องการคุณภาพสูง ประสิทธิภาพด้านพลังงาน และผลิตภัณฑ์ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
